February 11th, 2019 by sbobetapac

ไทชิ  ศิลปะการต่อสู้ของชาวจีน บำบัดโรคกายและใจ สร้างสมดุลให้ชีวิต

ไทชิ

ไทชิ  (หรือที่บ้านเรานิยมเรียกว่า “ไทเก๊ก” ผู้ให้กำเนิดมวยไท่เก๊กคือนักบวชจางซานฟง ซึ่งมีชีวิตอย่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-14) ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าวิชาเพลงมวยโบราณของประเทศจีน อันมีการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่อง ผ่อนคลาย นุ่มนวล และโอนอ่อน

แม้ว่าจัดเป็นศิลปะการต่อสู้ก็ตาม แต่ด้วยความผ่อนคลายสุขุมและโดดเด่นด้วยคุณสมบัติในการบำบัดโรคทางกายและใจ(mind-body therapy) จึงเป็นที่นิยมแก่ผู้คนทั่วทั้งโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงวัยทั้งหลาย

สมาธิ และ ลมปราณ คือ 2 สิ่งที่ไทชินำมารวมพลังกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแห่งการชะลอวัย การไหลเวียนโลหิต โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ใดๆ หนำซ้ำยังประหยัดกว่าการออกกำลังกายประเภทใดๆ

และแม้จะเนิบนาบนุ่มนวลในการเคลื่อนไหว แต่ทว่าการใช้พลังงานก็มิได้ด้อยไปกว่าการเต้นแอโรบิค(แบบแรงปานกลาง(moderate intensity) ประโยชน์ทางด้านช่วยการไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้น การลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดก็มีความโดดเด่น โดยไม่ต้องเหนื่อยแบบการออกกำลังกายที่หักโหม และยังไม่ต้องเสี่ยงต่อการกระทบกระแทกใดๆ

ความอ่อนช้อย แช่มช้าของท่วงท่านั้น ช่วยทั้งการหายใจเข้าออกที่ลึกและยาว ทำให้การไหลเวียนเลือดราบรื่นส่งผลดีต่อหัวใจ กระบังลม ตับ ปอด เซลล์เกิดการฟื้นฟูและแข็งแรง

ผลคือความสดชื่นกระชุมกระชวยแก่ช้า อายุยืนยาว

 

ไทชิบำบัด เขาสอนอะไรบ้าง ?

ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นที่บำบัดการเจ็บป่วยของร่างกาย ปวดหลังไหล่ ไมเกรน ระบบลำไส้ ระบบการหายใจ มีปัญหาเรื่องการทรงตัว ฝึกสมาธิในการเคลื่อนไหว ฟื้นความทรงจำให้ดีขึ้นและความเป็นหนุ่มสาวในจิตใจและร่างกาย รักษาสมดุลในอารมณ์ฯ เน้นการพัฒนาสุขภาพแบบองค์รวม การฝึกสมาธิบำบัดและการเปลี่ยนแปลงร่างกายด้วยจิตใจ เข้าใจพลังธรรมชาติ (พลัง ฟ้าดิน) การสะสม “ชี่” หรือ “ปราณ” ในร่างกาย

หลักการรำมวยไทชิที่ถูกต้อง (ตระกูลหยาง) 81 ท่า และ รำซ้าย-ขวา เพื่อฝึกประสาททั้ง 2 ซีกของสมองและร่างกาย

เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับร่างกาย – กล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ เส้นเอ็น เส้นประสาท จนถึงผิวหนัง / ฝึกปรับท่าทาง การทรงตัว จัดระเบียบความสมดุลของร่างกายซ้ายขวา (Posture Healing)

ฝึกปรับเปลี่ยนและเยียวยาร่างกายด้วยจิตสมาธิ (สมาธิบำบัด) เพื่อให้มีทักษะและความว่องไวในการตระหนักรู้ผ่านร่างกาย- Body Awareness

ฝึกฟังเสียงของร่างกาย ผ่านการเคลื่อนไหว ภายใต้สมาธิ และจิตที่สงบนิ่ง (Listen to Your Body)
ทำความเข้าใจพลังหยินและพลังหยางในตัวเรา ในตัวคนอื่น และในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เชื่อมโยง”ไทชิ”(ไท่จี๋หรือไท่เก็ก)กับชีวิตประจำวัน และปรับใช้ร่วมกับศาสตร์อื่นๆในสายสมาธิบำบัด

 

ฝึกไทชิ บรรเทาปวด ลดเมื่อย ตามร่างกาย การออกกำลังกายตามแบบฉบับชาวจีน

 

ไทชิ ไม่ควรเป็นเรื่องของผู้สูงอายุอีกต่อไป เมื่อการบริหารร่างกายรูปแบบนี้สามารถป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมของคนทํางานรุ่นใหม่ได้ ดอกเตอร์จอช แอกซ์ แพทย์ธรรมชาติบําบัดและแพทย์ไคโรแพรคติก ยืนยัน

ดอกเตอร์จอช แอกซ์ อธิบายว่า ไทชิเป็นหนึ่งในศาสตร์การเคลื่อนไหวร่างกายและฝึกหายใจตามแบบจีนโบราณ ซึ่งได้รับความนิยมในปัจจุบันและผ่านการปรับปรุงท่าให้ฝึกได้ง่ายขึ้น ข้อมูลจากงานวิจัยของวิทยาลัยการแพทย์ฮาร์วาร์ดระบุว่า การฝึกไทชิเป็นประจําต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ทําให้ร่างกายมีความยืดหยุ่นและเกิดความสมดุลมากขึ้น จึงช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยบริเวณคอ บ่า ไหล่ หลัง ซึ่งพบบ่อยในกลุ่มผู้ป่วยโรคออฟฟิศซินโดรมได้

วันนี้ เราคัดสรรท่าไทชิมาให้คนรักสุขภาพได้ฝึกทั้งหมด 5 ท่า แนะนําว่า ควรฝึกตามโปรแกรมนี้หลังตื่นนอน และก่อนฝึกทุกครั้งต้องมีการอบอุ่นร่างกายเช่นเดียวกับการออกกําลังกายทั่วไปอย่างน้อย 10 นาที และยืดเหยียดกล้ามเนื้อหลังจบโปรแกรมการฝึกอีก 10 นาที

ท่าที่ 1 กางฝ่ามือ ย่อตัว-ยืดตัว

ยืนตรง แยกฝ่าเท้าออกจากกันให้กว้างเท่าช่วงไหล่ หายใจเข้า เหยียดแขนไปด้านหน้าสูงระดับไหล่ กางแขนออกให้กว้างเท่าช่วงไหล่ จากนั้นหายใจออก ย่อตัว งอศอกเล็กน้อย และลดแขนลงต่ํากว่าสะโพกผ่อนคลายคอ บ่า ไหล่ และแขน ทําซ้ํา 5 ครั้ง

ท่าที่ 2 วาดแขน-กางแขน

ยืนในท่าเตรียม หายใจเข้า เหยียดแขนไปด้านหน้าสูงระดับไหล่ และกางแขนออกให้กว้างเท่าช่วงไหล่ กางแขนทั้งสองข้างออกโดยเหยียดเป็นเส้นตรงขนานช่วงไหล่ จากนั้นหายใจออก พับแขนมาด้านหน้า งอศอกเล็กน้อย ย่อตัวลง และทิ้งน้ําหนักบนฝ่าเท้า กลับสู่ท่าเตรียม ทําซ้ํา 5 ครั้ง

ท่าที่ 3 เอนตัวไปทางซ้าย-ขวา

ยืนในท่าเตรียม หายใจเข้า หันหน้าไปทางขวา ยืดแขนซ้ายแล้วพับศอกชูไว้ ให้ฝ่ามือซ้ายอยู่เหนือศีรษะ เหยียดแขนขวา มองตามมือขวา จากนั้นหายใจออก เอียงตัวทิ้งน้ําหนักไว้บนฝ่าเท้าขวา ฝ่าเท้าซ้ายแตะพื้นไว้ไม่ลอย หันหน้าไปทางซ้าย ยืดแขนขวาแล้วพับศอกชูไว้ ให้ฝ่ามือขวาอยู่เหนือศีรษะ เหยียดแขนซ้าย มองตามปลายมือซ้าย ทําซ้ํา 5 ครั้ง

ท่าที่ 4 วาดแขนไขว้ล่าง-บน

ยืนในท่าเตรียม หายใจเข้า วาดแขนทั้งสองข้างลงมาไขว้กันที่ด้านหน้าระดับสะโพก วาดแขนกลับไปไขว้กันเหนือศีรษะ จากนั้นหายใจออก วาดแขนทั้งสองข้างลงมาไขว้กัน ทําซ้ํา5 ครั้ง

ท่าที่ 5 วาดฝ่ามือไปทางซ้าย-ขวา

ยืนในท่าเตรียม หายใจเข้า ใช้ปลายเท้าซ้ายเป็นหลัก แตะปลายเท้าขวาลงบนพื้นโดยเปิดส้นเท้า ยืดตัวขึ้น ใช้มือซ้ายเท้าเอวไว้ ขณะที่วาดแขนขวาไปทางซ้ายให้ปลายนิ้วมืออยู่สูงระดับศีรษะ หันหน้าไปทางซ้ายตามมือที่วาดขึ้นไป หายใจออก ยืดตัวขึ้น ใช้มือขวาเท้าเอวไว้ ขณะที่วาดแขนซ้ายไปทางขวาให้ปลายนิ้วมืออยู่สูงระดับศีรษะ หันหน้าไปทางขวาตามมือที่วาดขึ้นไป ทําซ้ํา 5 ครั้ง หากต้องการให้ร่างกายเกิดการผ่อนคลายสูงสุด ขณะฝึกควรสูดลมหายใจเข้า-ผ่อนลมหายใจออกให้ยาวขึ้น จะช่วยให้ออกกําลังกายได้นานขึ้นและรู้สึกเหนื่อยน้อยลง

EXERCISE FOR THE BEST

เทคนิคฝึกไทชิให้ได้ผลเต็มร้อย ดร.จอชแนะนําว่า ไทชิช่วยให้เกิดสมดุล สุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อช่วยให้การฝึกทุกครั้งได้ผลเต็มที่ ขอแนะนําให้ใส่ใจการเคลื่อนไหวร่างกาย ดังนี้

-ท่ายืน ศีรษะตั้งตรง แยกฝ่าเท้ากว้างเท่าช่วงไหล่ หลังตรง

-ท่าย่อตัว ทุกครั้งที่เคลื่อนตัวลง ให้วางฝ่าเท้าลงที่พื้นอย่างมั่นคง เมื่อย่อตัวลง ต้องยืดกระดูกสันหลังให้ตั้งตรง สะโพกตั้งตรงในแนวเดียวกัน ไม่ยื่นไปด้านหน้าหรือด้านหลัง

-การหายใจ หายใจเข้าท้องพอง มักทําในขณะที่ทําท่ายืนและท่ายกฝ่าเท้า ส่วนการหายใจออกท้องยุบ มักทําในขณะที่ทําท่าย่อตัว

 

ไทชิ ประโยชน์ของวิชาไท่จี๋เฉวียน

ศิลปะแห่งการฝึกฝนตนเองขั้นสูง:- สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มคุณภาพชีวิต โดยการใช้ชีวิตให้มีดุลยภาพทางร่างกายและจิตใจ ไท่จี๋เป็นวิชาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกฝนจิตใจ เพราะเปรียบได้กับวิชาภาวนาที่ฝึกฝนสติสัมปชัญญะ เพิ่มพูนปัญญาฐานกาย สำหรับบางท่านไท่จี๋ไม่ได้เป็นแค่การออกกำลังกายแต่เป็นวิถีชีวิตที่ดำรงอยู่อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ เป็นความเจริญก้าวหน้าทางด้านจิตใจซึ่งผู้ฝึกจะสามารถสัมผัสได้จากการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ

การออกกำลังกายที่ทำได้ตลอดชีวิต:- การออกกำลังกายบางอย่างเช่นการวิ่ง เทนนิส บาสเก็ตบอล ฯลฯ ไม่สามารถจะทำได้ตลอดชีวิต เพราะเป็นกีฬาที่มีแรงกระแทกกระทำต่อข้อต่อต่าง ๆ ศิลปะป้องกันตัวบางอย่างก็เช่นเดียวกัน ไม่สามารถที่จะฝึกฝนไปตลอดชีวิต เช่น ยูโด เทควนโด คาราเต้ ซึ่งต้องอาศัยความว่องไวของร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในระดับสูง ซึ่งเมื่อคนเราเข้าสู่วัยกลางคน และวัยสูงอายุ สุขภาพร่างกายย่อมไม่เอื้อให้สามารถฝึกฝนวิชามวยอย่างนั้นได้ ไท่จี๋ เป็นวิชามวยภายใน ซึ่งเน้นความอ่อนหยุ่นของร่างกาย ไม่มีความหักโหม ดังนั้นจึงสามารถฝึกฝนไปได้ตลอดชีวิต ไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็ตามโดยไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อสุขภาพ หรือบั่นทอนสุขภาพร่างกาย โดยยิ่งฝึกฝนก็ยิ่งช่วยให้สุขภาพร่างกายดีขึ้นเพราะเป็นการทะนุบำรุงระบบชี่ภายในร่างกายให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เยียวยารักษาโรค:- นอกจากนั้นแล้ว เป็นที่ทราบกันว่า ไท่จี๋มีประสิทธิผลสามารถช่วยเยียวยารักษาโรคดังต่อไปนี้ โรคนอนไม่หลับ, ความดันโลหิตสูง, โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร, ปวดหลังส่วนล่าง, ไขข้ออักเสบ, โรคแพ้ภูมิตนเอง, โรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท, โรคที่เกี่ยวกับระบบฮอร์โมนของร่างกาย ฯลฯ

 

ไทชิบำบัดอ่อนช้อย เนิบนาบชีวิตสมดุล

ไทชิ (หรือที่บ้านเรานิยมเรียกว่า “ไทเก๊ก” ผู้ให้กำเนิดมวยไท่เก๊กคือนักบวชจางซานฟง ซึ่งมีชีวิตอย่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-14) ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าวิชาเพลงมวยโบราณของประเทศจีน อันมีการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่อง ผ่อนคลาย นุ่มนวล และโอนอ่อน

แม้ว่าจัดเป็นศิลปะการต่อสู้ก็ตาม แต่ด้วยความผ่อนคลายสุขุมและโดดเด่นด้วยคุณสมบัติในการบำบัดโรคทางกายและใจ(mind-body therapy) จึงเป็นที่นิยมแก่ผู้คนทั่วทั้งโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงวัยทั้งหลาย

สมาธิ และ ลมปราณ คือ 2 สิ่งที่ไทชินำมารวมพลังกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแห่งการชะลอวัย การไหลเวียนโลหิต โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ใดๆ หนำซ้ำยังประหยัดกว่าการออกกำลังกายประเภทใดๆ

และแม้จะเนิบนาบนุ่มนวลในการเคลื่อนไหว แต่ทว่าการใช้พลังงานก็มิได้ด้อยไปกว่าการเต้นแอโรบิค(แบบแรงปานกลาง(moderate intensity) ประโยชน์ทางด้านช่วยการไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้น การลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดก็มีความโดดเด่น โดยไม่ต้องเหนื่อยแบบการออกกำลังกายที่หักโหม และยังไม่ต้องเสี่ยงต่อการกระทบกระแทกใดๆ

ความอ่อนช้อย แช่มช้าของท่วงท่านั้น ช่วยทั้งการหายใจเข้าออกที่ลึกและยาว ทำให้การไหลเวียนเลือดราบรื่นส่งผลดีต่อหัวใจ กระบังลม ตับ ปอด เซลล์เกิดการฟื้นฟูและแข็งแรง ผลคือความสดชื่นกระชุมกระชวยแก่ช้า อายุยืนยาว

 

ชั้นเรียนไทชิบำบัด เขาสอนอะไรบ้าง ?

ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นที่บำบัดการเจ็บป่วยของร่างกาย ปวดหลังไหล่ ไมเกรน ระบบลำไส้ ระบบการหายใจ มีปัญหาเรื่องการทรงตัว ฝึกสมาธิในการเคลื่อนไหว ฟื้นความทรงจำให้ดีขึ้นและความเป็นหนุ่มสาวในจิตใจและร่างกาย รักษาสมดุลในอารมณ์ฯ เน้นการพัฒนาสุขภาพแบบองค์รวม การฝึกสมาธิบำบัดและการเปลี่ยนแปลงร่างกายด้วยจิตใจ เข้าใจพลังธรรมชาติ (พลัง ฟ้าดิน) การสะสม “ชี่” หรือ “ปราณ” ในร่างกาย

หลักการรำมวยไทชิที่ถูกต้อง (ตระกูลหยาง) 81 ท่า และ รำซ้าย-ขวา เพื่อฝึกประสาททั้ง 2 ซีกของสมองและร่างกาย

เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับร่างกาย – กล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ เส้นเอ็น เส้นประสาท จนถึงผิวหนัง / ฝึกปรับท่าทาง การทรงตัว จัดระเบียบความสมดุลของร่างกายซ้ายขวา (Posture Healing)
ฝึกปรับเปลี่ยนและเยียวยาร่างกายด้วยจิตสมาธิ (สมาธิบำบัด) เพื่อให้มีทักษะและความว่องไวในการตระหนักรู้ผ่านร่างกาย- Body Awareness

ฝึกฟังเสียงของร่างกาย ผ่านการเคลื่อนไหว ภายใต้สมาธิ และจิตที่สงบนิ่ง (Listen to Your Body)
ทำความเข้าใจพลังหยินและพลังหยางในตัวเรา ในตัวคนอื่น และในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เชื่อมโยง”ไทชิ”(ไท่จี๋หรือไท่เก็ก)กับชีวิตประจำวัน และปรับใช้ร่วมกับศาสตร์อื่นๆในสายสมาธิบำบัด

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://blackhawkpartners.co

Posted in Uncategorized Tagged with: , , , ,