February 9th, 2019 by sbobetapac

มวยไทย ประวัติความเป็นมา แต่ละสมัย

มวยไทย

มวยไทย ประวัติศาสตร์อันยาวนาน เริ่มมีและใช้กันในการสงครามในสมัยก่อน ในปัจจุบัน มีการดัดแปลงมวยไทยมาใช้ในกองทัพโดยเรียกว่า “เลิศฤทธิ์” ซึ่งแตกต่างจากมวยในปัจจุบันที่ใช้เป็นการกีฬา โดยมีการใช้นวมขึ้นเพื่อป้องกันการอันตรายที่เกิดขึ้น มวยยังคงได้ชื่อว่า ศาสตร์การโจมตีทั้งแปด ซึ่งรวม สองมือ สองเท้า สองศอก และสองเข่า (บางตำราอาจเป็น นวอาวุธ ซึ่งรวมการใช้ศีรษะโจมตี หรือ ทศอาวุธ ซึ่งรวมการใช้บั้นท้ายกระแทกโจมตีด้วย) มวยไทยสืบทอดมาจาก มวยโบราณ ซึ่งแบ่งออกเป็นแต่ละสายตามท้องที่นั้น ๆ โดยมีสายสำคัญหลัก ๆ เช่น มวยท่าเสา (ภาคเหนือ) มวยโคราช (ภาคอีสาน) มวยไชยา (ภาคใต้) มวยลพบุรีและมวยพระนคร (ภาคกลาง) มวยพลศึกษามีคำกล่าวไว้ว่า “หมัดดีโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา ไวกว่าท่าเสา ครบเครื่องพลศึกษา”

สมัยกรุงสุโขทัย (ประมาณช่วงระหว่าง ปี พ.ศ. 1781-1918)

สมัยกรุงสุโขทัย มวยไทยถือเป็นศาสตร์ชั้นสูงที่ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษาของกษัตริย์ เพื่อฝึกให้กษัตริย์เป็นนักรบที่มีความกล้าหาญ มีสมรรถภาพร่างกายที่ดีเยี่ยม ดังความปรากฏตามพงศาวดารว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทรงส่งเจ้าชายร่วงโอรสองค์ที่สองไปฝึกมวยไทยที่สำนักสมอคอน แขวงเมืองลพบุรี หรือการที่พ่อขุนรามคำแหงทรงนิพนธ์ตำหรับพิชัยสงคราม โดยมีความข้อความบางตอนกล่าวถึงมวยไทย ควบคู่ไปกับการใช้อาวุธอย่างดาบ หอก มีด โล่ หรือธนูอีกด้วย

สมัยกรุงศรีอยุธยา (ประมาณช่วงระหว่าง ปี พ.ศ. 1893 – 2310)

สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2147 – 2233) ยุคนี้บ้านเมืองสงบร่มเย็นและเจริญรุ่งเรือง พระองค์ทรงให้การสนับสนุนและส่งเสริมการกีฬาอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมวยไทยที่นิยมกันจนกลายเป็นอาชีพ และมีค่ายมวยต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย มวยไทยสมัยนี้ชกกันบนลานดิน โดยใช้เชือกเส้นเดียวกั้นบริเวณเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส นักมวยจะใช้ด้ายดิบชุบแป้งหรือน้ำมันดินจนแข็งพันมือ เรียกว่า มวยคาดเชือก นิยมสวมมงคลไว้ที่ศีรษะ และผูกประเจียดไว้ที่ต้นแขนตลอดการแข่งขัน การเปรียบคู่ชกนั้นเอาความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย ไม่ได้กำหนดขนาดรูปร่างหรืออายุ โดยมีกติกาง่าย ๆ ว่าชกจนกว่าอีกฝ่ายจะยอมแพ้

สมัยกรุงธนบุรี (ประมาณช่วงระหว่าง ปี พ.ศ. 2310 – 2325)

ตลอดระยะเวลา 14 ปีของกรุงธนบุรี (พ.ศ. 2310 – 2324) บ้านเมืองซึ่งอยู่ในช่วงฟื้นฟูหลังจากพระเจ้าตากสินกอบกู้อิสรภาพคืนมาได้ การฝึกมวยไทยในสมัยนี้จึงฝึกเพื่อราชการทหารและสงครามอย่างแท้จริง การจัดชกมวยในสมัยกรุงธนบุรีนิยมนำนักมวยต่างถิ่นหรือศิษย์ต่างครูมาชกกัน โดยไม่มีกฎกติกาการแข่งขันอย่างเป็นรูปธรรมและไม่มีการกำหนดคะแนน จะทำการชกกันจนกว่าอีกฝ่ายจะยอมแพ้ บนสังเวียนซึ่งเป็นลานดินบริเวณวัด คาดมงคลและนิยมผูกประเจียดเช่นเดิม

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (ประมาณช่วงระหว่าง ปี พ.ศ. 2325 – ปัจจุบัน)

มวยไทย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

เป็นมรดกทางภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของชนชาติไทยมาตั้งแต่ครั้งโบราณ เป็นการใช้อาวุธของร่างกาย 9 อย่าง หรือที่เรียกว่า นวอาวุธ ได้แก่ มือ 2 เท้า 2 เข่า 2 ศอก 2 และศีรษะ 1 อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นศิลปะการต่อสู้ที่เก่าแก่ประเภทหนึ่งของโลก

เป็นศิลปะการป้องกันตัวและเป็นศาสตร์ที่ชายชาติทหารจะต้องฝึกให้คล่องแคล่ว ดังคำกล่าวที่ว่ามวยนั้นเป็นมูลบทของวิชายุทธ์ เพลงอาวุธเป็นมัธยม และพิชัยสงครามเป็นมงกุฎ

ยเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการใช้อุบาย ชั้นเชิง ไหวพริบ และวิชาเข้าต่อสู้กัน จึงปรากฏหลักฐานในพระราชพงศาวดารว่า ในอดีต พระมหากษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถจะทรงเชี่ยวชาญการชกมวยเป็นอย่างยิ่งขณะเดียวกัน

เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ขุนนางฝ่ายทหาร และสามัญชนจะฝึกฝนมวยไทย เพื่อป้องกันตัวและชาติบ้านเมืองเพราะการใช้อาวุธ เช่น กระบี่ กระบอง พลอง ดาบ ง้าว ทวน ประกอบกับมวยไทย จะทำให้การใช้อาวุธนั้นเกิดประสิทธิภาพสงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการต่อสู้ป้องกันตัวในระยะประชิด

ในยามสงบ มวยไทยจะเป็นการประลอง พละกำลังและชั้นเชิงการต่อสู้จนกลายเป็นกิจกรรมทางสังคมมีการแข่งขันมวยในโอกาสสำคัญๆ ดังปรากฏในกฎหมายตราสามดวง

หมวดอัยการเบ็ดเสร็จที่กล่าวถึงการชกมวยไว้ว่า “…117 มาตราที่หนึ่ง ชนทังสองเปนเอกจิตเอกฉันท์ ตีมวยด้วยกันก็ดี แลปล ้ากันก็ดี และผู้หนึ่งต้องเจ็บปวดด้วยก็ดี ค่นหักถึงแก่มรณภาพก็ดีท่านว่าหาโทษมิได้…”

มวยไทยจึงมีความสำคัญทั้งต่อบุคคล ชุมชน สังคม และประเทศชาติ มีส่วนสำคัญยิ่งในการดำรงเอกราชของชาติไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ประวัติมวยไทยสมัยรัชกาลที่ 1

พระองค์ทรงฝึกหัดมวยไทยมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และทรงสนพระทัยในการเสด็จทอดพระเนตรการแข่งขันชกมวยไทยอยู่เสมอ ในปี พ.ศ.๒๓๓๑ พ่อค้าชาวฝรั่งเศสสองพี่น้องเดินทางไปค้าขายทั่วโลกด้วยเรือกำบั่น คนน้องเป็นนักมวยฝีมือดี เที่ยวพนันชกมวยมาหลายเมือง เมื่อเดินทางมาถึงกรุงเทพมหานครจึงได้ล่ามกราบเรียนพระยาพระคลัง ขอชกมวยพนันกับคนไทยพระยาพระคลังได้นำความขึ้นกราบทูลรัชกาลที่ ๑ พระองค์ทรงตรัสปรึกษากับกรมพระราชวังบวรพระอนุชา ซึ่งเป็นผู้มีฝีมือมวยไทย และคุมกรมมวยหลวงอยู่ในขณะนั้น รับตกลงพนันกันเป็นเงิน ๕๐ ชั่ง

สมัยรัชกาลที่ 1

กรมพระราชวังบวรคัดเลือก ทนายเลือกวังหน้าฝีมือดี ชื่อหมื่นผลาญต่อสู้กับนักมวยฝรั่งเศสครั้งนี้ สังเวียนการแข่งขันจัดสร้างขึ้นที่สนามหลังวัดพระแก้ว โดยใช้เชือกเส้นเดียวผูกกับเสา ๔ ต้น สูงประมาณ ๗๐ เซนติเมตร ขึงกั้นบริเวณเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างประมาณด้านละ ๒๐ เมตร ด้านหน้าปลูกพลับพลาที่ประทับ กติกาการแข่งขันไม่มีการให้คะแนน ชกกันจนกว่าจะแพ้ชนะกันโดยเด็ดขาด เมื่อใกล้เวลาชกทรงตรัสสั่งให้แต่งตัวหมื่นผลาญ ด้วยการชโลมน้ำมันว่านยาตามร่างกาย ผูกประเจียดเครื่องรางที่ต้นแขน แล้วให้ขี่คอคนมาส่งถึงสังเวียนเมือการแข่งขันเริ่มขึ้น ฝรั่งได้เปรียบรูปร่างเข้าประชิดตัว

พยายามจะปล้ำเพื่อหักคอและไหปลาร้า หมื่นผลาญพยายามปิดป้อง ปัดเปิด สลับกับเตะถีบชิงต่อยแล้วถอยวนหนียิ่งชกนานฝรั่งยิ่งเสียเปรียบเพราะทำอะไรไม่ได้ ฝรั่งพี่ชายเห็นว่าถ้าชกต่อไปน้องชายคงเสียเปรียบแน่จึงตัดสินใจกระโดดเข้าไปขวางกั้นไม่ให้หมื่นผลาญถอยหนี การกระทำเหมือนช่วยกันจึงเกิดมวยหมู่ระหว่างพวกฝรั่งกับพวกทนายเลือก ฝรั่งบาดเจ็บหลายคน รัชกาลที่ 1 พระราชทานหมอยาหมอนวดไปรักษาพยาบาล เมื่อหายดีแล้วฝรั่งเศสสองพี่น้องก็ออกเรือกลับไป

สมัยรัชกาลที่ 2

สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (พ.ศ.2352-2367) เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงฝึกมวยไทยที่สำนักวัดบางหว้าใหญ่ (วัดระฆังโฆสิตาราม) จากสมเด็จพระวันตัต (ทองอยู่) ซึ่งเคยเป็นแม่ทัพเก่า ครั้นเมื่อพระองค์ทรงมีพระชนมายุได้ 16 พรรษาก็เสร็จมาประทับในพระราชวังเดิม และทรงฝึกมวยไทยเพิ่มเติมจากทนายเลือก อีกทั้งยังโปรดให้สร้างสนามมวยไว้ที่สนามหญ้าบริเวณวังหลัง พร้อมทั้งเปลี่ยนคำว่า รำหมัด เป็นมวยไทย อีกด้วย

สมัยรัชกาลที่ 3

สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. 2367-2394) ในสมัยนี้ตามหัวเมืองต่าง ๆ ประชาชนก็ยังคง นิยมฝึกมวยไทยและกระบี่กระบองกันอยู่ ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ท้าว สุรนารี หรือคุณหญิงโม ภรรยาเจ้าเมืองโคราช สามารถ คุมทัพต่อสู้เอาชนะ เจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ได้

สมัยรัชกาลที่ 4

สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2394-2411) เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงแต่งองค์อย่าง กุมารชกมวยไทย และรำกระบี่กระบองแสดงในงานสมโภชพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามสมัยนี้เป็นยุคหัวเลี้ยวหัวต่อ ของอารยะธรรมตะวันตกที่เริ่มแพร่หลายมาในประเทศไทยทว่ามวยไทยก็ยังคงเป็นกีฬาประจำชาติอยู่

สมัยรัชกาลที่ 5

พระองค์ทรงฝึกมวยไทยจากสำนักมวยหลวง ซึ่งมีปรมาจารย์หลวงพลโยธานุโยค ครูมวยหลวงเป็นผู้ถวายการสอน ทำให้พระองค์โปรดกีฬามวยไทยมาก เสด็จทอดพระเนตรการชกมวยหน้าพระที่นั่ง ทรงโปรดให้ข้าหลวงหัวเมืองต่างๆ คัดนักมวยฝีมือดีมาชกกันหน้าพระที่นั่ง เพื่อหานักมวยที่เก่งที่สุดเข้าเป็นทหารรักษาพระองค์ สังกัดกรมมวยหลวง พระองค์ทรงเห็นคุณค่าของกีฬาประจำชาติ จึงตรัสให้มีการแข่งขันมวยไทยขึ้นทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความนิยมกีฬามวยไทยมากขึ้น นอกจากนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้มี “มวยหลวง” ตามหัวเมืองต่างๆ เพื่อทำหน้าที่ฝึกสอน จัดการแข่งขัน และควบคุมการแข่งขันมวยไทย ปี พ.ศ.2430 รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตั้งกรมศึกษาธิการขึ้น ให้มวยไทยเป็นวิชาหนึ่งในหลักสูตรของโรงเรียนครูฝึกหัดพลคึกษา และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าในสมัยนี้เป็นที่ยอมรับว่า คือ ยุคทองของมวยไทย

สมัยรัชกาลที่ 6

สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. 2453-2468) ระหว่างปี พ.ศ. 2457-2461 ประเทศไทยได้ส่งทหารเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 1 ณ เมืองมาเซย์ ประเทศฝรั่งเศส โดยมีพลโทพระยาเทพหัสดินเป็นแม่ทัพ ในการนี้ท่านได้จัดแสดงมวยไทย ให้บรรดาทหารและประชาชนชาวยุโรปได้ชม นับเป็นครั้งแรกที่มวยไทยได้เผยแพร่ในทวีปยุโรป ต่อมาในปี พ.ศ.2464 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 กีฬามวยไทย ก็ยังคงเป็นที่นิยมของประชาชนอย่างไม่เสื่อมคลาย และยุคนี้ก็ได้มีสนามมวยถาวรแห่งแรกที่จัดการแข่งขันมวยไทยเป็นประจำนั่นคือบนสนามฟุตบอลภายในโรงเรียนสวนกุหลาบ จึงเรียกยุคนี้ว่า “สมัยสวนกุหลาบ”

สมัยรัชกาลที่ 7

สมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. 2468-2477) ระหว่างปี พ.ศ. 2466 – 2472 พลโทพระยาเทพหัสดินได้สร้างสนามมวยหลักเมืองท่าช้างขึ้น บริเวณโรงละครแห่งชาติ ในปัจจุบัน โดยลักษณะของเวทีมีเชือกกั้นเส้นใหญ่ขึ้น และแต่ละเส้นขึงตึงเป็นเส้นเดียวไม่เปิดช่องตรงมุม สำหรับขึ้นลงอย่างในยุคเก่าเพื่อป้องกันมิให้นักมวยตกเวทีตรงช่องดังกล่าว ต่อมาในปี พ.ศ.2472 รัฐบาลได้มีคำสั่งให้ยกเลิกมวยคาดเชือกลุมพินีร่วมกับมหรสพอื่นๆ โดยคัดเลือกเอานักมวยไทยฝีมือดีมาชกกันทุกวันเสาร์ และมีการสร้างเวทีมวยขึ้นตามอย่างมาตรฐานสากล คือ มีเชือกกั้นสามเส้น ใช้ผ้าใบปูพื้น มีมุมแดงมุมน้ำเงิน มีผู้ตัดสินให้คะแนน 2 คน และผู้ตัดสินชี้ขาดการแข่งขันบนเวทีอีก 1 คน โดยกำหนดให้ใช้เสียงระฆัง เป็นสัญญาณด้วยระฆังเป็นครั้งแรก

สมัยรัชกาลที่ 8

สมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอนันทมหิดล (พ.ศ.2477 – 2489) ระหว่างปี พ.ศ.2478 2484 คหบดีผู้มีชื่อเสียงในสมัยนั้นได้สร้างเวทีมวยขึ้นบริเวณที่ดินของเจ้าเชต ชื่อ สนามมวยสวนเจ้าเชต ปัจจุบันคือที่ตั้งกรมรักษาดินแดน การดำเนินการจัดการแข่งขันเป็นไปด้วยดี เนื่องจากทหารเข้ามาควบคุม เพื่อนำรายได้ไปบำรุงกิจการทหาร จัดการแข่งขันกันติดต่อหลายปี จึงเลิกไปเพราะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังจะสงบแต่ยังคงมีเครื่องบินข้าศึกบินลาดตระเวนอยู่ทั้งกลางวันกลางคืน จำเป็นต้องจัดการแข่งขันชกมวยไทยตามโรงภาพยนตร์ต่างๆ ในเวลากลางวัน เช่น สนามมวยพัฒนาการ สนามมวยท่าพระจันทร์ สนามมวยวงเวียนใหญ่ เนื่องจากประชนยังคงให้ความสนใจมวยไทยอยู่

สมัยรัชกาลที่ 9

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (พ.ศ. 2489-ปัจจุบัน) วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2488 สนามมวยเวทีราชดำเนินได้เปิดสนามทำการแข่งขันครั้งแรก มีนายปราโมทย์ พึ่งสุนทร เป็นนายสนามมวยคนแรก พระยาจินดารักษ์เป็นกรรมการบริหารเวที ครูชิต อัมพลสิน เป็นโปรโมเตอร์ จัดชกเป็นประจำในวันอาทิตย์เวลา 16.00 – 17.00 น. ใช้กติกาของกรมพลศึกษา ปี พ.ศ.2480 ชก 5 ยกๆ ละ 3 นาที พักระหว่างยก 2 นาที ในระยะแรกชั่ง น้ำหนักตัวนักมวยด้วยมาตราส่วนเป็นสโตนเหมือนน้ำหนักม้าอีก 2 ปีต่อมา จึงเปลี่ยนเป็นกิโลกรัม และปี พ.ศ.2494 สนามมวยเวทีราชดำเนินได้เริ่มก่อสร้างหลังคาอย่างถาวร

 

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://blackhawkpartners.co

Posted in Uncategorized Tagged with: , , , ,

February 8th, 2019 by sbobetapac

การต่อสู้แบบตำรวจ อดีตนายตำรวจอังกฤษ ถ่ายทอดทักษะการต่อสู้ยกระดับ รปภ

การต่อสู้แบบตำรวจ

การต่อสู้แบบตำรวจ Aaron Le Boutillier อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านยุทธวิธีการป้องกันตัวและทักษะด้านการสื่อสารทางยุทธวิธี โดยมีประสบการณ์กว่า 20 ปี และถ่ายทอดความรู้แก่เจ้าหน้าที่แล้วมากกว่า 3 หมื่นคน เจ้าของบริษัท LBG Security and Investigations ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการการฝึกอบรมและให้คำปรึกษาด้านการรักษาความปลอดภัยและสืบสวนชั้นนำระดับโลก เปิดสาขาในประเทศไทย สิงคโปร์ และอังกฤษ พร้อมด้วย Rodney King โค้ชศิลปะการต่อสู้ และ Adam Shahir Kayoom นักกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ผู้ชนะเลิศการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน หรือ Mixed Martial Arts (MMA) หลายรายการการแข่งขันระดับโลก เดินทางเยือนมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเป็นวิทยากรการฝึกอบรมการต่อสู้ป้องกันตัวทางยุทธวิธีมาตรฐานสากล (Defensive Tactics) และการเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉินภายใต้หลักสูตร C.I.O. (Combat Intelligent Office Program) แก่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ทีมราชพิทักษ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่สนใจ เพื่อให้ความรู้และฝึกยุทธวิธีการต่อสู้ป้องกันตัวที่เป็นมาตรฐานสากล เพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน และเตรียมความพร้อมแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน ณ อาคารพลศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Aaron Le Boutillier กล่าวถึงหลักสูตร C.I.O หรือ Combat Intelligent Office Program ว่า “หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับทุกคนซึ่งมีโอกาสตกเป็นเหยื่อของอาชญากร เพื่อเสริมทักษะในการต่อสู้ป้องกันตัวเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์วิกฤต โดยฝึกทักษะพื้นฐานที่จำเป็น อาทิ การควบคุมตัวโดยวิธีการล็อคแขนแบบ Escort Position Goose Neck Thumb Lock Folding Arm Arm Bar Escort Position และ Goose Neck การควบคุมตัวคนร้ายกรณีคนร้ายแทงด้วยมีดที่ลำตัว หรือชกต่อยที่ใบหน้า โดยการแย่งอาวุธจากคนร้าย ในกรณีถูกจี้ด้วยอาวุธปืนหรือมีดทางด้านหน้า การใส่กุญแจมือสำหรับเจ้าหน้าที่ เทคนิคการเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน การควบคุมอารมณ์ในสถานการณ์กดดัน การต่อสู้จากภาคพื้น และทักษะการต่อสู้ต่างๆ”

นายบดินทร์ธร กุตัน เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป หัวหน้าทีมอารักขาบุคคลสำคัญ ประธานโครงการ กล่าวถึงความเป็นมาและความสำคัญว่า “ด้วยสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันพบว่าปัญหาอาชญากรรมของกลุ่มคนร้ายมีแนวโน้มมากขึ้น คนร้ายอาจใช้อาวุธร้ายแรงหรือใช้กำลังในการข่มขู่บังคับผู้เสียหายเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ และการเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่บางครั้งเป็นการระงับเหตุในระยะประชิดตัว จึงจำเป็นที่จะต้องใช้การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือแม้แต่กระทั่งการต่อสู้ป้องกันตัวทางยุทธวิธีในการจับกุมหรือควบคุมตัวคนร้ายด้วยมือเปล่า สำนักงานรักษาความปลอดภัยและการจราจร เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมถึงบุคคลสำคัญทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติที่เข้ามาภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าหน้าที่สำนักงานรักษาความปลอดภัยและการจราจร จึงต้องมีการฝึกอบรมการต่อสู้ป้องกันตัวทางยุทธวิธีขั้นสูงมาตรฐานสากล (Defensive Tactics) เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญในการใช้ยุทธวิธีการต่อสู้ป้องกันตัว เพื่อให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ และการทำงานที่ถูกต้องเป็นรูปแบบตามหลักยุทธวิธีสากล เพื่อสามารถป้องกันหรือรักษาชีวิตของเจ้าหน้าที่ตลอดจนผู้บริสุทธิ์ มิให้เกิดความสูญเสีย โดยหลักสูตรการอบรมนี้ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นพื้นที่ที่ไม่เน้นการต่อสู้หรือการควบคุมตัวผู้ก่อการร้ายโดยการใช้อาวุธ แต่เน้นการต่อสู้ป้องกันตัวหรือการควบคุมคนร้ายด้วยมือเปล่าและการใส่กุญแจมือเท่านั้น อีกทั้งผู้เข้าอบรมยังสามารถประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันต่างๆ อาทิ การถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนหรือมีดจี้เป็นตัวประกัน การเอาตัวรอดเมื่อคนร้ายจะลงมือข่มขืน”

นางสาว พนมพร เกตนันท์ ผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมกล่าวว่า “การเรียนรู้ทักษะการป้องกันตัวมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้หญิงที่มักตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม การได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ทำให้ได้รับความรู้ด้านการป้องกันตัวเองมากยิ่งขึ้น แม้ว่าการนำไปใช้เมื่อเกิดเหตุการณ์จริงจะต้องฝึกฝนจนชำนาญ แต่อย่างน้อยการอบรมก็ทำให้ตนรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากสถานการณ์จำลอง จึงไม่ตื่นตระหนกหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง ทำให้มีโอกาสหาทางเอาตัวรอดมากขึ้น และแม้จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัย แต่การมีทักษะการเอาตัวรอดติดตัวไว้ก็ทำให้ตนอุ่นใจมากขึ้น และพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด”

การต่อสู้แบบตำรวจ ตำรวจญี่ปุ่นเปิดสอนศิลปะการต่อสู้ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ

หนังสือพิมพ์ไมนิจิ ของญี่ปุ่นรายงานว่า ตำรวจในเมืองมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ จะเปิดสอนศิลปะการต่อสู้ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเสริมสร้างความไว้วางใจกับประชาชน และเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษของเจ้าหน้าที่

หนังสือพิมพ์ไมนิจิ ระบุว่า ในเบื้องต้นตำรวจจะทดลองสอนศิลปะการต่อสู้ให้แก่นักเรียนนักศึกษาต่างชาติในญี่ปุ่น จากนั้นจะเริ่มเปิดสอนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือน มี.ค.นี้ ซึ่งหลักสูตรที่เปิดสอนได้แก่ ความรู้พื้นฐานการต่อสู้ ยูโด และเคนโด้ โดยครูจะเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีความเชี่ยวชาญในระดับสายดำ
เว็บไซต์ของตำรวจจังหวัดชิมาเนะ ระบุด้วยว่า ตำรวจหวังว่านักท่องเที่ยวจะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้ตำรวจได้ฝึกฝนภาษาต่างประเทศไปในตัว อย่างไรก็ตาม ตำรวจหวังด้วยว่า โครงการนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวมีความรู้สึกว่าชาวเมืองมัตสึเอะเป็นมิตร และรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น

ตำรวจแนะนำว่านักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมโครงการ จะต้องมีประกันอุบัติเหตุ ส่วนอุปกรณ์ เช่นดาบไม้ไผ่ สามารถหยิบยืมจากตำรวจได้

ครูฝึกตำรวจชิคาโกเชื้อสายไทยเปิดหลักสูตรติวเข้ม’ยุทธวิธีตำรวจ’ มุ่งยกระดับตำรวจไทยสู่สากล

‘ตระกูลรักษ์ ศิลปะดุริยางค์’ครูฝึกตำรวจชิคาโกเชื้อสายไทยประสานความร่วมมือกับสตช.เปิดหลักสูตรถ่ายทอดยุทธวิธีให้ตำรวจไทยเพื่อยกระดับการฝึกและปราบปรามอาชญากรรมให้เป็นสากลมากขึ้น

ครูฝึก ‘Trak’หรือ ‘ตระกูลรักษ์ ศิลปะดุริยางค์’ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษและอาจารย์โรงเรียนฝึกตำรวจชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ หรือ Chicago PD นอกจากจะทำหน้าที่ฝึกสอนยุทธวิธีและทักษะการต่อสู้ให้ตำรวจชิคาโกแล้ว ยังได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย เดินทางมาถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านหลักการจัดสูตรยุทธวิธีตำรวจของตำรวจชิคาโก ที่เมืองไทยเป็นประจำทุกปี หลังมีโอกาสกลับไปเยี่ยมเมืองไทยเขามองเห็นโอกาสบางอย่างที่จะได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มี ตอบแทนให้กับประเทศบ้านเกิดที่เมืองไทยเมื่อหลายปีก่อน

“ประเทศไทยก็คือเมืองเกิดของผม ผมไม่ได้เกิดที่นี่(ที่อเมริกา) ผมมาอเมริกาตั้งแต่อายุ 12 ขวบ ยังไงผมก็เป็นคนไทยครับ คุณพ่อ คุณแม่ หรือภรรยาก็เป็นคนไทยหมด ยังไงเมืองไทยก็เป็นบ้านเกิดเมืองนอน บ้านพ่อแม่ของผม ผมพยายามไปเมืองไทยทุกปีไปเยี่ยมญาติพี่น้อง..

“ตอนนั้นประมาณปี ค.ศ.2010 (พ.ศ.2553) ผมไปเมืองไทย ลาพักร้อนกลับเมืองไทย ซึ่งตอนนั้นเป็นอาจารย์ที่ศูนย์ฝึกแล้ว และได้ดูทีวี เห็นข่าวตำรวจไทยโดนยิงที่นนทบุรี ตำรวจตาย 2 คนและมีคนบาดเจ็บ ระหว่างล่อซื้อยา ซึ่งเป็นคดีใหญ่ในช่วงนั้น มีการจับตัวประกัน ซึ่งรู้สึกว่าตัวประกันจะถูกยิงด้วย.. ผมก็คิดว่าเรามีความรู้ทางด้านการฝึกแบบนี้นะ ผมอยากจะมาช่วยตำรวจไทยด้านการฝึก ถ้าเราฝึกมากขึ้นเรื่องสูญเสียแบบนี้ก็อาจจะน้อยลง ผมกลับมาชิคาโก ก็เลยติดต่อสถานทูตสหรัฐฯในประเทศไทย โดยหน่วยงาน International Narcotics and Law Enforcement ในสถานทูตสหรัฐฯเป็นผู้ช่วยประสานและสนับสนุน”

หลักสูตรตำรวจอเมริกัน สู่การฝึกวิชายุทธวิธีตำรวจไทย

จากจุดเริ่มต้นจากความบังเอิญ กลายเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ และเกิดโครงการที่ทำงานร่วมกัน ที่จะมีตัวแทนจากโรงเรียนฝึกตำรวจชิคาโก ซึ่งเป็นครูฝึกเชื้อสายไทย เดินทางมาเปิดหลักสูตรด้านยุทธวิธีให้กับตำรวจไทยโดยการประสานผ่าน กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ยังร่วมมือเขียนคู่มือการฝึกยุทธวิธีตำรวจประจำสถานีตำรวจเพื่อนำไปปรับใช้เหมือนกันทั่วประเทศ

“ผมได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผ่านทาง พล.ต.ท.พรหมธรภาคอัต ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ และ พล.ต.ต.ศรกฤษณ์ แก้วผลึก รอง ผบช.ศ.) ที่นำอาจารย์จากทุกหน่วยจากทุกโรงเรียนมารวมกันให้ผมได้ถ่ายทอดความรู้ที่ผมมีให้ เพื่อที่จะปฏิบัติการได้ปลอดภัยขึ้น สิ่งอะไรที่เกินเหตุมันจะได้ไม่เกิดขึ้น”

“เราก็เริ่มในจุดนั้นมาก็คือเป็นวิชายุทธวิธี ตั้งแต่ ยุทธวิธีการเอาตัวรอด (Officer Survival and Tactics หรือ OST) และผมก็จะมีสอนเรื่องการหยุดรถ การตั้งด่าน (Vehicle stop and occupant control) หรือยุทธวิธีการบุกเข้าอาคาร (Building Entry) หลายๆอย่างซึ่งผมก็ไปมาทุกปีครบ และในที่สุดก็มีความคิดว่า เมืองไทยน่าจะมีการสอนในแบบเดียวกัน เพราะที่ผมไปเห็นมา ทุกโรงเรียนจะฝึกของตัวเอง สมมุติว่าถ้าเมืองไทยมี 10 โรงเรียนก็จะมียุทธวิธี 10 แบบที่แตกต่างกัน ก็เลยมีความคิดว่าทำไมไม่ทำให้ยุทธวิธีให้เหมือนกันทั้งหมด”

ในสายตาของผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธวิธีตำรวจนั้น ครูฝึก “Trak” มองเห็นว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการฝึกฝนอย่างถูกวิธี สม่ำเสมอ มีความมั่นใจในแนวทางปฏิบัติ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ และลดความผิดพลาดรวมทั้งการสูญเสียในระหว่างเผชิญเหตุมากขึ้น และน่าจะเป็นหนึ่งในแนวทางปฏิบัติที่ได้ผลที่สุดในโลกยุคสื่อสังคมออนไลน์

เชี่ยวชาญการฝึก แม่นความรู้-บังคับใช้กฎหมาย ไม่ต้องกลัวมนุษย์กล้อง!

“เราเป็นเจ้าหน้าทีตำรวจ เราต้องยอมรับในเรื่องสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ที่ทุกคนยอมรับว่ากระจายไปเร็วมาก ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติโดยไม่มีความมั่นใจในตัวเองก็จะทำอะไรผิดๆถูก จะเกินไปน้อยๆก็อาจจะเป็นได้ แต่ถ้าตำรวจฝึกมาดี ซึ่งมีสถิติจากการวิจัยออกมาแล้วว่าการฝึก และจำลองสถานการณ์ (Senario Base) การสร้างให้มองเห็นภาพ เป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับตำรวจ ก็เหมือนกับที่เรียกว่า ฝึกจนกล้ามเนื้อจำได้

ถ้าฝึกดีก็ปฏิบัติงานดี ถ้าเราปฏิบัติงานแล้วเรามีความรู้และสามารถบังคับใช้กฎหมาย (know the law to Enforce the law) ถ้าปฏิบัติงานถูกในขีดเส้นใต้ของกฎหมาย ไม่ว่าใครจะถ่ายวิดิโอเราหรือไม่ถ่ายวีดิโอ เรามีหลักฐานของเหตุการณ์ เราไม่จำเป็นต้องกลัว
ตระกูลรักษ์ ศิลปะดุริยางค์

การทำงานด้านการฝึกสอนและให้ความรู้มานานหลายปี ทำให้ ครูฝึก Trak แห่ง Chicago PD พบกับความท้าทายหลายด้านโดยเฉพาะการต้องเร่งปรับปรุงหลักสูตรยุทธวิธีของตำรวจให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ขณะเดียวกันยังพร้อมที่จะประสานและทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านการศึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยต่อไป

ยกระดับคุณภาพตำรวจไทยสู่สากล

“เหมือนกับว่ายังไม่เสร็จสิ้นที่อคาเดมีในชิคาโก และผมก็อยากจะทำกิจกรรมกับตำรวจไทยต่อไป ผมคิดว่าเราเพิ่งเริ่มต้นเองครับกับตำรวจไทยและประชาชนไทย ผมอยากจะให้เน้นเรื่องการฝึกที่ประเทศไทยให้มาก ก็จะพยายามให้ถึงที่สุดเพราะผมคิดว่าถ้าตำรวจเรามีคุณภาพ มีการฝึกฝนดี ฝึกฝนให้มาก การออกไปปฏิบัติงานรับใช้ประชาชนไทยก็ปลอดภัยมากขึ้น ประชาชนจะได้มีความภูมิใจว่าตำรวจไทยเราก็เป็นมืออาชีพไม่แพ้กับตำรวจประเทศอื่น”

นั่นคือ เรื่องราวของ เจ้าหน้าที่ ‘ตระกูลรักษ์ ศิลปะดุริยางค์’ ครูฝึกและผู้เชี่ยวชาญพิเศษ จาก โรงเรียนฝึกตำรวจชิคาโก ที่แม้จะอาศัยในสหรัฐอเมริกาแต่ยังมองเห็นความสำคัญของการตอบแทนแผ่นดินเกิดด้วยความรู้ความสามารถอย่างเต็มความสามารถ

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://blackhawkpartners.co

Posted in Uncategorized Tagged with: , , , ,

February 8th, 2019 by sbobetapac

การป้องกันตัวมีอะไร รู้จักศิลปะการต่อสู้ ในเอเชีย มีอะไรกันบ้าง

การป้องกันตัวมีอะไรการป้องกันตัวมีอะไร เดี๋ยวนี้เราได้ยินข่าวทำร้ายร่างกาย ปล้นชิงทรัพย์บ่อยมากเลย แถมเหยื่อก็มักเป็นสาวๆ ที่ชอบไปไหนมาไหนคนเดียวอีก สมัยนี้โจรไม่รอให้มืดก็ออกปล้นกันแล้วด้วย! ไม่ใช่แค่สาวๆ นะ หนุ่มๆ ก็อาจเป็นอันตรายได้เหมือนกัน วันนี้เราเลยนำศิลปะการต่อสู้มาแนะนำเพื่อนๆ จะได้เรียนไว้ใช้ป้องกันตัวเอง ว่าแต่ถ้าเรามีมวยไทย ประเทศอื่นในเอเชียเขามีอะไรกันบ้างนะ อยากรู้ตามไปดูกันเลย

  • เทควันโด (Taekwondo) จาก ประเทศเกาหลี

มีใครรู้จัก ลี แดฮุน นักกีฬาเทควันโดจากเกาหลีบ้างไหมเอ่ย ต้องไม่มีใครไม่รู้จักศิลปะการต่อสู้ชนิดนี้แน่ๆ เพราะเป็นกีฬาที่มีชื่อเสียงมากกก “เทควันโด” เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวโดยไม่ใช้อาวุธ คำว่า “แท” (태) แปลว่า เท้า การโจมตีด้วยเท้า “คว็อน” (권) แปลว่า มือ การโจมตีด้วยมือ ส่วน “โท” (도) แปลว่า วิถีทาง รวมกันแล้ว เทควันโด จึงหมายถึง “วิถีการต่อสู้ป้องกันตัวโดยการใช้มือและเท้า” จากประวัติศาสตร์พบว่าเทควันโดมีรากฐานมาจาก คาราเต้ และศิลปะการต่อสู้จากจีน ผสมเข้ากับศิลปะการต่อสู้ของเกาหลี สมาคมเทควันโดที่เก่าแก่ที่สุด คือ Korea Taekwondo Association (KTA) ก่อตั้งขึ้นในปี 1959 เพื่อเป็นตัวแทนการร่วมมือกันของสถาบันสอนศิลปะการต่อสู้ดั้งเดิมทั้ง 9 แห่งในเกาหลี

  • หวิงชุน (Wing Chun) จาก ประเทศจีน

เพื่อนๆ หลายคนแน่เลยที่ไม่เคยได้ยินชื่อศิลปะการต่อสู้ชนิดนี้ สารภาพเลยว่ามินิมอร์เองก็เช่นกัน แต่ “หวิงชุน” เป็นศิลปะป้องกันตัวจากจีนที่มีประวัติน่าสนใจมากๆ เพราะ หวิงชุนเป็นศิลปะป้องกันตัวชนิดแรกที่ผู้หญิงเป็นผู้คิดขึ้น! นอกจากนั้นยังเป็นวิชาที่ดาราผู้โด่งดังทั่วโลกอย่าง “บรูซ ลี” ร่ำเรียนอีกด้วย ประวัติของวิชานี้ถูกเล่ากันแบบปากต่อปาก ทำให้ไม่ค่อยมีความชัดเจนเท่าไหร่ว่าเกิดขึ้นอย่างไร จากตำนานเล่ากันว่า ผู้หญิงคนหนึ่งได้เห็นการต่อสู้ระหว่างงูและนกกระเรียน จึงนำลักษณะการต่อสู้นั้นมาพัฒนา และผสมเข้ากับกังฟูจากวัดเส้าหลิน จนเกิดเป็น “วิชาหวิงชุน” วิชานี้เริ่มเป็นที่รู้จักเนื่องจาก “ปรมาจารย์ยิปมัน” อาจารย์ผู้สอนมวยหวิงชุนให้บรูซ ลี และบรูซ ลี ดาราผู้โด่งดังที่ทำให้มวยหวิงชุนเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น

  • ฮับกีโด (Hapkido) จาก ประเทศเกาหลี

ศิลปะการต่อสู้อีกหนึ่งชนิดจากประเทศเกาหลีที่น่าสนใจมากๆ แอบกระซิบนิดนึงว่า ไอดอลอย่าง “แบคฮยอน วง EXO” และ “โชรง วง Apink” ก็เรียนวิชานี้นะจ๊ะ “ฮับกีโด” เป็นการต่อสู้แบบผสมผสาน ทั้งแบบมีอาวุธและมือเปล่า มีทั้งการล็อก การจับ การทุ่ม รวมทั้งเตะ ต่อยด้วย แถมใช้ได้ทั้งการต่อสู้ระยะไกล ระยะประชิด หรือบนพื้น วิชาฮับกีโด เป็นการดึงพลังจากข้างในมาใช้ และใช้การเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ให้เป็นประโยชน์ คำว่า “ฮับ” (합) แปลว่า การประสาน “คิ” (기) แปลว่า พลัง ความแข็งแรง จิตวิญญาณ “โท” (도) แปลว่า วิถีทาง ฮับกีโด จึงมีความหมายว่า “วิธีการต่อสู้และการเคลื่อนไหวที่สอดประสานกัน”

  • ยูโด (Judo) จาก ประเทศญี่ปุ่น

“ยูโด” มีความหมายว่า “วิถีที่นุ่มนวล” ผู้ฝึกฝนยูโดจะถูกเรียกว่า ยูโดกะ (Judoka) ยูโดสร้างขึ้นโดย “จิโกโร่ คาโนะ” ชาวญี่ปุ่น ใช้ฝึกสอนด้านร่างกาย จิตใจ และคุณธรรม ซึ่งเดิม ยูโด ก็คือ ยูยิสสูของญี่ปุ่นนั่นเอง แต่เพราะยูยิสสูมีความอันตรายมาก ทำให้ฝึกฝนได้ไม่เต็มที่ เพราะอาจทำให้คู่ซ้อมบาดเจ็บ ถึงแม้ไม่ได้หมายถึงชีวิต แต่ก็อาจทำให้พิการ หรือบาดเจ็บหนัก เมื่อบ้านเมืองเปลี่ยนไป ยูยิสสูก็ถูกปรับให้เข้ากับสภาพสังคม ทำให้เป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีศีลธรรมมากขึ้น โดยการตัดทอนท่าที่อันตรายออก สอดแทรกสิ่งใหม่ และมีการสร้างมาตรฐานให้ยูยิสสู ก่อนจิโกโร่ คาโนะจะเปลี่ยนชื่อศิลปะการต่อสู้นี้เป็น “ยูโด” การปรับเปลี่ยนวิชาทำให้ผู้ฝึกซ้อมสามารถฝึกฝนต่อสู้กันได้อย่างเต็มที่ และได้ผลมากกว่าด้วย

  • มวยไทย (Muay Thai) จาก ประเทศไทย

ดูของประเทศอื่นกันไปแล้ว มาดูของบ้านเรากันบ้างดีกว่า เพราะ “มวยไทย” ก็มีชื่อเสียงไม่เบา ชาวต่างชาติมากมายอยากมาเรียนมวยไทยถึงถิ่นกำเนิด มวยไทยขึ้นชื่อเรื่อง “นวอาวุธ” คือ “ศาสตร์การโจมตีทั้งแปด” ได้แก่ สองมือ สองเท้า สองศอก และสองเข่า มวยไทย มีรากฐานมาจาก “มวยโบราณ” คำว่า “สำนักมวย” จะแตกต่างจาก ค่ายมวย ซึ่งเป็นสถานที่รวมผู้ที่ชื่นชอบการชกมวย เน้นการแลกเปลี่ยนเพื่อการประลองแข่งขัน สำนักมวยจะมีครูมวยที่มีชื่อเสียงและมีฝีมือโด่งดัง ครูมวยจะถ่ายทอดวิชามวยให้แก่ผู้ที่เหมาะสมเท่านั้น

มวยไทย เริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อ นายขนมต้ม ครูมวยอยุธยา ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยศึกที่พม่า และได้ประลองมวยกับชาวพม่าจนได้รับชัยชนะหลายครั้ง ทำให้ชาวพม่ารู้ว่ามวยไทยนั้นน่ากลัวไม่เบา จนสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มวยไทยอยู่ในยุคเฟื่องฟู แต่สมัยนั้นยังใช้เชือกพันมือชกอยู่ จนมีการประลองหนึ่งที่คู่ต่อสู้โดนนักมวยไทยชกจนเสียชีวิต ทำให้มีการเปลี่ยนมาใส่นวมชกแทน ปัจจุบัน มวยไทยกลายเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมและโด่งดังมาก แถมยังหาที่ฝึกฝนได้ง่ายด้วย นอกจากเป็นการออกกำลังกายที่ดีมากแล้ว มวยไทยก็เป็นอีกหนึ่งวิชาป้องกันตัวที่น่ากลัวไม่เบาเลยล่ะ

การป้องกันตัวมีอะไร 10 อันดับ ศิลปะการต่อสู้ที่ดีที่สุด

10. MMA (Mixed Martial Arts)

ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสม คือ การต่อสู้ที่รวมเอาศิลปะการต่อสู้หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน อย่างเช่น มวยไทย มวยสากล ยูโด มวยปล้ำ คาราเต้ แชมโบ บราซิลเลี่ยน ยูยิสสู มีทั้งการเตะต่อย และการทำให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ โดยมี รายการ อัลติเมท ไฟต์ติง แชมเปียนชิพ (Ultimate Fighting Championship) หรือ UFC ที่ค่อนข้างเป็นที่นิยม

9. Judo

เป็นศิลปะการป้องกันตัวประเภทหนึ่งที่ถือกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น โดยคะโน จิโงะโร ยูโดมีชื่อเต็มว่า โคโดกัง ยูโด เดิมเรียกว่า ยูยิสสู ซึ่งเป็นวิชาที่สามารถต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่มีอาวุธด้วยมือเปล่า

8. Wing Chun

เป็นศิลปะการต่อสู้จีนแขนงหนึ่งในแบบของกังฟู หวิงชุน แตกต่างจากกังฟูแบบอื่นอย่างชัดเจน เป็นมวยที่ไม่ต้องใช้พละศึกษาหรือสุขศึกษามากนัก เหมาะสมกับสรีระของผู้หญิง ที่แรงกายอ่อนกว่าผู้ชาย แต่เน้นในการป้องกันตัวและจู่โจมในระยะสั้นแบบเชื่องช้า

7. Taekwondo

เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวโดยไม่ใช้อาวุธของชาวเกาหลี คำว่า “แท” เท้าหรือการโจมตีด้วยเท้า; “คว็อน” มือหรือการโจมตีด้วยมือ; “โท”วิถีหรือสติปัญญา ดังนั้นเทควันโดโดยทั่วไป หมายถึง วิถีแห่งการใช้มือและเท้าในการต่อสู้และป้องกันตัว หรือการใช้มือและเท้าในการต่อสู้และป้องกันตัวอย่างมีสติ

6. Boxing

มวยสากลเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีมาแต่โบราณ โดยเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่าของทหารในสนามรบ และกลายเป้นเกมกีฬาในการแข่งขันโอลิมปิคยุคโบราณ โดยที่นักมวยในยุคนั้นไม่มีการจำกัดน้ำหนัก ไม่สวมเครื่องป้องกันตัว และไม่จำกัดว่าต้องใช้ได้เพียงหมัด สามารถกัดหรือถองคู่ต่อสู้ได้ โดยไม่มีกติกามากนัก เพียงแต่นักมวยทั้งคู่ต้องถอดเสื้อผ้าให้หมดทั้งตัว เพื่อไม่ให้ซ่อนอาวุธเอาไว้

5. Kung Fu

เป็นศิลปะการต่อสู้ของจีน ในภาษาจีนกลางใช้คำว่า “วูซู” และเมื่อมีการแพร่ขยายออกไปกลายเป็น “กังฟู” ซึ่งเป็นตัวเลข การต่อสู้รูปแบบที่ได้มีการพัฒนากว่าหนึ่งศตวรรษในจีน

4. Karate

เป็นศิลปะการต่อสู้ถือกำเนิดที่โอะกินะวะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นการผสมผสานระหว่างการต่อสู้ของชาวโอะกินะวะและชาวจีน คาราเต้ได้เผยแพร่เข้าสู่ญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2464 (ค.ศ. 1921) เมื่อชาวโอะกินะวะอพยพเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น คาราเต้มักถูกเข้าใจผิดว่า เป็นการต่อสู้ด้วยการฟันอิฐ แต่ที่จริงแล้ว คือการต่อสู้ด้วยการใช้อวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เช่น กำปั้น เท้า สันมือ นิ้ว ศอก เป็นต้น แต่เมื่อถูกดัดแปลงเป็นกีฬาแล้วเหลือเพียงมือและเท้า

3. Krav Maga

คราฟมาก้า เป็นระบบการป้องกันตัว ของอิสราเอล ที่ได้รับการพิสูจน์ว่าใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและในสงคราม ใช้อบรมในหน่วยราชการตำรวจทหาร ทั้งอเมริกาและยุโรป ใช้ในหลักสูตรการต่อสู้มือเปล่าของทหารในกองทัพอิสราเอล และไม่ใช่ศิลปะการต่อสู้จึงไม่มีความสวยงาม เน้นการฝึกซ้ำในช่วงเวลาหนึ่งเพื่อให้เกิดการตอบรับอัตโนมัติของร่างกายต่อ สภาวะคับขันต่างๆ

2. Muay Thai

มวยไทย เป็น ศิลปะการต่อสู้จากประเทศไทย ที่ใช้หมัด ศอก แขนท่อนล่าง เท้า แข้ง เข่า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ศีรษะ และลำตัวในการต่อสู้ ศิลปะการต่อสู้ลักษณะนี้ สามารถพบเห็นได้หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกตัวอย่างเช่นประเทศกัมพูชาเรียกว่า ประดั่ญเซเรีย (Pradal Serey) หรือขอมมวย ส่วนประเทศลาวเรียก มวยลายลาว (มวยเสือลากหาง)

1. Brazilian Jiu-Jitsu

วิชาบราซิลเลี่ยน ยูยิสสูถูกพัฒนาต่อกันมาโดยบ่อยครั้งที่ถูกนำไปใช้ในการแข่งขัน Valetudo และในภายหลังได้ถูกนำมาสอนในต่างประเทศ และมีชื่อเสียงอย่างมากจากการแข่งขัน Ultimate Fighting Championship ในครั้งที่หนึ่ง ปัจจุบันวิชา บราซิลเลี่ยน ยูยิสสู ถูกแบ่งได้เป็นสองรูปแบบ คือ แบบต้นตำรับของตระกูลเกรซี่ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันตัว และ ในแบบบราซิลเลี่ยน ยูยิสสู สมัยใหม่เพื่อการแข่งขัน

 

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://blackhawkpartners.co

Posted in Uncategorized Tagged with: , , , , ,