February 8th, 2019 by sbobetapac

การต่อสู้แบบตำรวจ อดีตนายตำรวจอังกฤษ ถ่ายทอดทักษะการต่อสู้ยกระดับ รปภ

การต่อสู้แบบตำรวจ

การต่อสู้แบบตำรวจ Aaron Le Boutillier อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านยุทธวิธีการป้องกันตัวและทักษะด้านการสื่อสารทางยุทธวิธี โดยมีประสบการณ์กว่า 20 ปี และถ่ายทอดความรู้แก่เจ้าหน้าที่แล้วมากกว่า 3 หมื่นคน เจ้าของบริษัท LBG Security and Investigations ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการการฝึกอบรมและให้คำปรึกษาด้านการรักษาความปลอดภัยและสืบสวนชั้นนำระดับโลก เปิดสาขาในประเทศไทย สิงคโปร์ และอังกฤษ พร้อมด้วย Rodney King โค้ชศิลปะการต่อสู้ และ Adam Shahir Kayoom นักกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ผู้ชนะเลิศการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน หรือ Mixed Martial Arts (MMA) หลายรายการการแข่งขันระดับโลก เดินทางเยือนมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเป็นวิทยากรการฝึกอบรมการต่อสู้ป้องกันตัวทางยุทธวิธีมาตรฐานสากล (Defensive Tactics) และการเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉินภายใต้หลักสูตร C.I.O. (Combat Intelligent Office Program) แก่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ทีมราชพิทักษ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่สนใจ เพื่อให้ความรู้และฝึกยุทธวิธีการต่อสู้ป้องกันตัวที่เป็นมาตรฐานสากล เพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน และเตรียมความพร้อมแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน ณ อาคารพลศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Aaron Le Boutillier กล่าวถึงหลักสูตร C.I.O หรือ Combat Intelligent Office Program ว่า “หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับทุกคนซึ่งมีโอกาสตกเป็นเหยื่อของอาชญากร เพื่อเสริมทักษะในการต่อสู้ป้องกันตัวเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์วิกฤต โดยฝึกทักษะพื้นฐานที่จำเป็น อาทิ การควบคุมตัวโดยวิธีการล็อคแขนแบบ Escort Position Goose Neck Thumb Lock Folding Arm Arm Bar Escort Position และ Goose Neck การควบคุมตัวคนร้ายกรณีคนร้ายแทงด้วยมีดที่ลำตัว หรือชกต่อยที่ใบหน้า โดยการแย่งอาวุธจากคนร้าย ในกรณีถูกจี้ด้วยอาวุธปืนหรือมีดทางด้านหน้า การใส่กุญแจมือสำหรับเจ้าหน้าที่ เทคนิคการเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน การควบคุมอารมณ์ในสถานการณ์กดดัน การต่อสู้จากภาคพื้น และทักษะการต่อสู้ต่างๆ”

นายบดินทร์ธร กุตัน เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป หัวหน้าทีมอารักขาบุคคลสำคัญ ประธานโครงการ กล่าวถึงความเป็นมาและความสำคัญว่า “ด้วยสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันพบว่าปัญหาอาชญากรรมของกลุ่มคนร้ายมีแนวโน้มมากขึ้น คนร้ายอาจใช้อาวุธร้ายแรงหรือใช้กำลังในการข่มขู่บังคับผู้เสียหายเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ และการเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่บางครั้งเป็นการระงับเหตุในระยะประชิดตัว จึงจำเป็นที่จะต้องใช้การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือแม้แต่กระทั่งการต่อสู้ป้องกันตัวทางยุทธวิธีในการจับกุมหรือควบคุมตัวคนร้ายด้วยมือเปล่า สำนักงานรักษาความปลอดภัยและการจราจร เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมถึงบุคคลสำคัญทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติที่เข้ามาภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าหน้าที่สำนักงานรักษาความปลอดภัยและการจราจร จึงต้องมีการฝึกอบรมการต่อสู้ป้องกันตัวทางยุทธวิธีขั้นสูงมาตรฐานสากล (Defensive Tactics) เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญในการใช้ยุทธวิธีการต่อสู้ป้องกันตัว เพื่อให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ และการทำงานที่ถูกต้องเป็นรูปแบบตามหลักยุทธวิธีสากล เพื่อสามารถป้องกันหรือรักษาชีวิตของเจ้าหน้าที่ตลอดจนผู้บริสุทธิ์ มิให้เกิดความสูญเสีย โดยหลักสูตรการอบรมนี้ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นพื้นที่ที่ไม่เน้นการต่อสู้หรือการควบคุมตัวผู้ก่อการร้ายโดยการใช้อาวุธ แต่เน้นการต่อสู้ป้องกันตัวหรือการควบคุมคนร้ายด้วยมือเปล่าและการใส่กุญแจมือเท่านั้น อีกทั้งผู้เข้าอบรมยังสามารถประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันต่างๆ อาทิ การถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนหรือมีดจี้เป็นตัวประกัน การเอาตัวรอดเมื่อคนร้ายจะลงมือข่มขืน”

นางสาว พนมพร เกตนันท์ ผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมกล่าวว่า “การเรียนรู้ทักษะการป้องกันตัวมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้หญิงที่มักตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม การได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ทำให้ได้รับความรู้ด้านการป้องกันตัวเองมากยิ่งขึ้น แม้ว่าการนำไปใช้เมื่อเกิดเหตุการณ์จริงจะต้องฝึกฝนจนชำนาญ แต่อย่างน้อยการอบรมก็ทำให้ตนรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากสถานการณ์จำลอง จึงไม่ตื่นตระหนกหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง ทำให้มีโอกาสหาทางเอาตัวรอดมากขึ้น และแม้จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัย แต่การมีทักษะการเอาตัวรอดติดตัวไว้ก็ทำให้ตนอุ่นใจมากขึ้น และพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด”

การต่อสู้แบบตำรวจ ตำรวจญี่ปุ่นเปิดสอนศิลปะการต่อสู้ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ

หนังสือพิมพ์ไมนิจิ ของญี่ปุ่นรายงานว่า ตำรวจในเมืองมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ จะเปิดสอนศิลปะการต่อสู้ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเสริมสร้างความไว้วางใจกับประชาชน และเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษของเจ้าหน้าที่

หนังสือพิมพ์ไมนิจิ ระบุว่า ในเบื้องต้นตำรวจจะทดลองสอนศิลปะการต่อสู้ให้แก่นักเรียนนักศึกษาต่างชาติในญี่ปุ่น จากนั้นจะเริ่มเปิดสอนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือน มี.ค.นี้ ซึ่งหลักสูตรที่เปิดสอนได้แก่ ความรู้พื้นฐานการต่อสู้ ยูโด และเคนโด้ โดยครูจะเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีความเชี่ยวชาญในระดับสายดำ
เว็บไซต์ของตำรวจจังหวัดชิมาเนะ ระบุด้วยว่า ตำรวจหวังว่านักท่องเที่ยวจะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้ตำรวจได้ฝึกฝนภาษาต่างประเทศไปในตัว อย่างไรก็ตาม ตำรวจหวังด้วยว่า โครงการนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวมีความรู้สึกว่าชาวเมืองมัตสึเอะเป็นมิตร และรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น

ตำรวจแนะนำว่านักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมโครงการ จะต้องมีประกันอุบัติเหตุ ส่วนอุปกรณ์ เช่นดาบไม้ไผ่ สามารถหยิบยืมจากตำรวจได้

ครูฝึกตำรวจชิคาโกเชื้อสายไทยเปิดหลักสูตรติวเข้ม’ยุทธวิธีตำรวจ’ มุ่งยกระดับตำรวจไทยสู่สากล

‘ตระกูลรักษ์ ศิลปะดุริยางค์’ครูฝึกตำรวจชิคาโกเชื้อสายไทยประสานความร่วมมือกับสตช.เปิดหลักสูตรถ่ายทอดยุทธวิธีให้ตำรวจไทยเพื่อยกระดับการฝึกและปราบปรามอาชญากรรมให้เป็นสากลมากขึ้น

ครูฝึก ‘Trak’หรือ ‘ตระกูลรักษ์ ศิลปะดุริยางค์’ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษและอาจารย์โรงเรียนฝึกตำรวจชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ หรือ Chicago PD นอกจากจะทำหน้าที่ฝึกสอนยุทธวิธีและทักษะการต่อสู้ให้ตำรวจชิคาโกแล้ว ยังได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย เดินทางมาถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านหลักการจัดสูตรยุทธวิธีตำรวจของตำรวจชิคาโก ที่เมืองไทยเป็นประจำทุกปี หลังมีโอกาสกลับไปเยี่ยมเมืองไทยเขามองเห็นโอกาสบางอย่างที่จะได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มี ตอบแทนให้กับประเทศบ้านเกิดที่เมืองไทยเมื่อหลายปีก่อน

“ประเทศไทยก็คือเมืองเกิดของผม ผมไม่ได้เกิดที่นี่(ที่อเมริกา) ผมมาอเมริกาตั้งแต่อายุ 12 ขวบ ยังไงผมก็เป็นคนไทยครับ คุณพ่อ คุณแม่ หรือภรรยาก็เป็นคนไทยหมด ยังไงเมืองไทยก็เป็นบ้านเกิดเมืองนอน บ้านพ่อแม่ของผม ผมพยายามไปเมืองไทยทุกปีไปเยี่ยมญาติพี่น้อง..

“ตอนนั้นประมาณปี ค.ศ.2010 (พ.ศ.2553) ผมไปเมืองไทย ลาพักร้อนกลับเมืองไทย ซึ่งตอนนั้นเป็นอาจารย์ที่ศูนย์ฝึกแล้ว และได้ดูทีวี เห็นข่าวตำรวจไทยโดนยิงที่นนทบุรี ตำรวจตาย 2 คนและมีคนบาดเจ็บ ระหว่างล่อซื้อยา ซึ่งเป็นคดีใหญ่ในช่วงนั้น มีการจับตัวประกัน ซึ่งรู้สึกว่าตัวประกันจะถูกยิงด้วย.. ผมก็คิดว่าเรามีความรู้ทางด้านการฝึกแบบนี้นะ ผมอยากจะมาช่วยตำรวจไทยด้านการฝึก ถ้าเราฝึกมากขึ้นเรื่องสูญเสียแบบนี้ก็อาจจะน้อยลง ผมกลับมาชิคาโก ก็เลยติดต่อสถานทูตสหรัฐฯในประเทศไทย โดยหน่วยงาน International Narcotics and Law Enforcement ในสถานทูตสหรัฐฯเป็นผู้ช่วยประสานและสนับสนุน”

หลักสูตรตำรวจอเมริกัน สู่การฝึกวิชายุทธวิธีตำรวจไทย

จากจุดเริ่มต้นจากความบังเอิญ กลายเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ และเกิดโครงการที่ทำงานร่วมกัน ที่จะมีตัวแทนจากโรงเรียนฝึกตำรวจชิคาโก ซึ่งเป็นครูฝึกเชื้อสายไทย เดินทางมาเปิดหลักสูตรด้านยุทธวิธีให้กับตำรวจไทยโดยการประสานผ่าน กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ยังร่วมมือเขียนคู่มือการฝึกยุทธวิธีตำรวจประจำสถานีตำรวจเพื่อนำไปปรับใช้เหมือนกันทั่วประเทศ

“ผมได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผ่านทาง พล.ต.ท.พรหมธรภาคอัต ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ และ พล.ต.ต.ศรกฤษณ์ แก้วผลึก รอง ผบช.ศ.) ที่นำอาจารย์จากทุกหน่วยจากทุกโรงเรียนมารวมกันให้ผมได้ถ่ายทอดความรู้ที่ผมมีให้ เพื่อที่จะปฏิบัติการได้ปลอดภัยขึ้น สิ่งอะไรที่เกินเหตุมันจะได้ไม่เกิดขึ้น”

“เราก็เริ่มในจุดนั้นมาก็คือเป็นวิชายุทธวิธี ตั้งแต่ ยุทธวิธีการเอาตัวรอด (Officer Survival and Tactics หรือ OST) และผมก็จะมีสอนเรื่องการหยุดรถ การตั้งด่าน (Vehicle stop and occupant control) หรือยุทธวิธีการบุกเข้าอาคาร (Building Entry) หลายๆอย่างซึ่งผมก็ไปมาทุกปีครบ และในที่สุดก็มีความคิดว่า เมืองไทยน่าจะมีการสอนในแบบเดียวกัน เพราะที่ผมไปเห็นมา ทุกโรงเรียนจะฝึกของตัวเอง สมมุติว่าถ้าเมืองไทยมี 10 โรงเรียนก็จะมียุทธวิธี 10 แบบที่แตกต่างกัน ก็เลยมีความคิดว่าทำไมไม่ทำให้ยุทธวิธีให้เหมือนกันทั้งหมด”

ในสายตาของผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธวิธีตำรวจนั้น ครูฝึก “Trak” มองเห็นว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการฝึกฝนอย่างถูกวิธี สม่ำเสมอ มีความมั่นใจในแนวทางปฏิบัติ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ และลดความผิดพลาดรวมทั้งการสูญเสียในระหว่างเผชิญเหตุมากขึ้น และน่าจะเป็นหนึ่งในแนวทางปฏิบัติที่ได้ผลที่สุดในโลกยุคสื่อสังคมออนไลน์

เชี่ยวชาญการฝึก แม่นความรู้-บังคับใช้กฎหมาย ไม่ต้องกลัวมนุษย์กล้อง!

“เราเป็นเจ้าหน้าทีตำรวจ เราต้องยอมรับในเรื่องสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ที่ทุกคนยอมรับว่ากระจายไปเร็วมาก ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติโดยไม่มีความมั่นใจในตัวเองก็จะทำอะไรผิดๆถูก จะเกินไปน้อยๆก็อาจจะเป็นได้ แต่ถ้าตำรวจฝึกมาดี ซึ่งมีสถิติจากการวิจัยออกมาแล้วว่าการฝึก และจำลองสถานการณ์ (Senario Base) การสร้างให้มองเห็นภาพ เป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับตำรวจ ก็เหมือนกับที่เรียกว่า ฝึกจนกล้ามเนื้อจำได้

ถ้าฝึกดีก็ปฏิบัติงานดี ถ้าเราปฏิบัติงานแล้วเรามีความรู้และสามารถบังคับใช้กฎหมาย (know the law to Enforce the law) ถ้าปฏิบัติงานถูกในขีดเส้นใต้ของกฎหมาย ไม่ว่าใครจะถ่ายวิดิโอเราหรือไม่ถ่ายวีดิโอ เรามีหลักฐานของเหตุการณ์ เราไม่จำเป็นต้องกลัว
ตระกูลรักษ์ ศิลปะดุริยางค์

การทำงานด้านการฝึกสอนและให้ความรู้มานานหลายปี ทำให้ ครูฝึก Trak แห่ง Chicago PD พบกับความท้าทายหลายด้านโดยเฉพาะการต้องเร่งปรับปรุงหลักสูตรยุทธวิธีของตำรวจให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ขณะเดียวกันยังพร้อมที่จะประสานและทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านการศึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยต่อไป

ยกระดับคุณภาพตำรวจไทยสู่สากล

“เหมือนกับว่ายังไม่เสร็จสิ้นที่อคาเดมีในชิคาโก และผมก็อยากจะทำกิจกรรมกับตำรวจไทยต่อไป ผมคิดว่าเราเพิ่งเริ่มต้นเองครับกับตำรวจไทยและประชาชนไทย ผมอยากจะให้เน้นเรื่องการฝึกที่ประเทศไทยให้มาก ก็จะพยายามให้ถึงที่สุดเพราะผมคิดว่าถ้าตำรวจเรามีคุณภาพ มีการฝึกฝนดี ฝึกฝนให้มาก การออกไปปฏิบัติงานรับใช้ประชาชนไทยก็ปลอดภัยมากขึ้น ประชาชนจะได้มีความภูมิใจว่าตำรวจไทยเราก็เป็นมืออาชีพไม่แพ้กับตำรวจประเทศอื่น”

นั่นคือ เรื่องราวของ เจ้าหน้าที่ ‘ตระกูลรักษ์ ศิลปะดุริยางค์’ ครูฝึกและผู้เชี่ยวชาญพิเศษ จาก โรงเรียนฝึกตำรวจชิคาโก ที่แม้จะอาศัยในสหรัฐอเมริกาแต่ยังมองเห็นความสำคัญของการตอบแทนแผ่นดินเกิดด้วยความรู้ความสามารถอย่างเต็มความสามารถ

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://blackhawkpartners.co

Posted in Uncategorized Tagged with: , , , ,