มวยไทยลพบุรี

มวยไทยลพบุรี มวยไทยภาคกลาง หมื่นมือแม่นหมัด รุกรับ หลบหลีกว่องไว

มวยไทยลพบุรี

มวยไทยลพบุรี มีวิวัฒนาการและเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทำให้มวยลพบุรีแบ่งช่วงเวลาต่าง ๆ ตามความสำคัญเป็น 4 ช่วงคือ “ช่วงที่ 1 อยู่ระหว่างปีพุทธศักราช 1200 ถึง 2198” นับเป็นช่วงเริ่มต้นของมวยลพบุรี มีปรมาจารย์สุกะทันตะฤาษี เป็นผู้ก่อตั้งสำนักขึ้นที่เขาสมอคอน เมืองลพบุรีมีลูกศิษย์รุ่นสุดท้ายคือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช

“ช่วงที่ 2 อยู่ระหว่างปีพุทธศักราช 2199 ถึง 2410” ถือเป็นช่วงสืบทอดของมวยลพบุรี ในสมัยนี้ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์ที่ส่งเสริมมวยลพบุรีอย่างกว้างขวาง มีการจัดการแข่งขันโดยกำหนดขอบสังเวียนและมีกติกาการแข่งขันโดยมีพระพุทธเจ้าเสือ พระมหากษัตริย์ อีกพระองค์หนึ่งที่สนับสนุนมวยไทยและชอบชกมวยและมักปลอมพระองค์ไปชกมวยกับชาวบ้านอยู่เป็นประจำ

“ช่วงที่ 3 อยู่ระหว่างปีพุทธศักราช 2411 ถึง 2487” เป็นช่วงพัฒนาของมวยลพบุรี ช่วงนี้มวยลพบุรีโด่งดังมากและเฟื่องฟูจนถึงขีดสุด โดยเฉพาะในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์เรียนวิชามวยไทยจากปรมาจารย์หลวงมลโยธานุโยค

“เอกลักษณ์ของมวยลพบุรีคือ เป็นมวยที่ชกฉลาด รุกรับคล่องแคล่วว่องไว ต่อยหมัดตรงได้แม่นยำ เรียกลักษณะการต่อยมวยแบบนี้ว่า มวยเกี้ยว ซึ่งหมายถึง มวยที่ใช้ชั้นเชิงเข้าทำคู่ต่อสู้” โดยใช้กลลวงมากมายจะเคลื่อนตัวอยู่เสมอ หลอกล่อหลบหลีกได้ดี สายตาดี รุกรับและออกอาวุธ หมัด เท้า เข่า ศอก ได้อย่างรวดเร็ว สมกับฉายา ฉลาดลพบุรี เอกลักษณ์ที่เห็นชัดเจนอีกประการหนึ่งก็คือ มีการพันมือครึ่งแขน แต่ที่เด่นและแปลกกว่ามวยสายอื่น ๆ ก็คือ การพันคาดทับข้อเท้า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมวยลพบุรี

เมื่อ พ.ศ.1200 สุกะทันตะฤาษี เปิดสำนักวิทยายุทธเขาสมอคอน เมืองลพบุรี มีลูกศิษย์ ที่เรียนได้แก่ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช พ่อขุนงำเมือง ช่วงสืบทอดของมวยลพบุรีซึ่งมวยลพบุรีเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในสมัย สมเด็จพระนารายณ์ มหาราช เป็นพระมหากษัตริย์ ที่ส่งเสริมมวยลพบุรี อย่างกว้างขวาง

สมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2411 พระองค์ทรงโปรดกีฬามวยไทยมากได้จัดให้มีการแข่งขันชกมวยไทยหน้าพระที่นั่ง มีนักมวยฝีมือดีจากทุกหัวเมือง สามารถชนะคู่ต่อสู้หลายคน หนึ่งในนั้นคือ นายกลึง โตสะอาด จากอำเภอท่าวุ้ง ลพบุรีได้รับการกล่าวขานว่า ฉลาดลพบุรี ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ เป็น หมื่นมือแม่นหมัด

เอกลักษณ์ของมวยลพบุรีเป็นมวยที่ชกฉลาด รุกรับคล่องแคล่วว่องไว ต่อยหมัดตรงได้แม่นยำ เรียกลักษณะการต่อยมวยแบบนี้ว่า มวยเกี้ยว ซึ่งหมายถึง มวยที่ใช้ชั้นเชิงเข้าทำคู่ต่อสู้โดยใช้กลลวงมากมาย จะเคลื่อนตัวอยู่เสมอ หลอกล่อ หลบหลีกได้ดี สายตาดี รุกรับและออกอาวุธ หมัด เท้า เข่า ศอกได้อย่างรวดเร็ว สมกับ ฉายาฉลาดลพบุรี จริงๆ เอกลักษณ์ที่เห็นชัดอีกประการหนึ่งคือ มีการพันมือครึ่งแขน แต่ที่เด่นและแปลกกว่ามวยอื่นคือ การพันคาดทับข้อเท้าซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมวยลพบุรี

-ท่าจดมวยพระกาฬเปิดโลก  หงายมือทั้งสองข้างขึ้น หมัดหน้าสูงเท่าระดับคาง หมัดหลังสูงเท่าราวนม ยืนเท้าหน้าหลัง ขาทั้งสองข้างยืดตรง หันหน้าตรงเข้าหาคู่ต่อสู้

-ลักษณะการชก จะชกกระแทกไปอย่างรวดเร็วในลักษณะหงายมือ เป้าหมายคือคางหรือไม่ก็ใบหน้าคู่ต่อสู้ เรียกว่า ยกเขาพระสุเมรุ และเมื่อต่อย 2 หมัดพร้อมกันเรียกว่า หนุมานถวายแหวน

-การไหว้ครู มีท่าที่เน้นเฉพาะของมวยลพบุรีคือ ท่านารายขว้างจักร และท่าพระรามแผลงศร

-แม่ไม้มวยลพบุรี ส่วนมากเกี่ยวข้องกับลิง ช้าง และตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์ เช่น ขุนยักษ์จับลิง หักงวงไอยรา หักคอเอราวัณ ยกเขาพระสุเมรุ

-ลูกไม้มวยลพบุรีได้แก่ ขุนยักษ์พานาง หนุมานถวายแหวน เอราวัณเสยงา พระรามน้าวศร กวางเหลียวหลัง

 

มวยไทยลพบุรี 4 “สาย” ของมวยไทย

คำกล่าวที่ว่า “หมัดหนักโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา ไวกว่าท่าเสา’” แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นของมวยไทยจากสำนักหรือ “สาย” ต่างๆกล่าวคือ”มวยโคราช” มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เพราะชาวไทยมีการฝึกการต่อสู้ด้วยอาวุธสั้นประกอบกับศิลปะมวยไทย โดยมีเป้าหมายในการปกป้องประเทศชาติ อีกทั้งโคราชเป็นเมืองหน้าด่านชั้นเอกที่ต้องทำการรบกับผู้รุกรานอยู่เสมอ จึงทำให้ชาวโคราชมีความเป็นนักสู้โดยสายเลือดมาหลายชั่วอายุคน

ในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นับว่าเป็นห้วงเวลาที่มวยคาดเชือกรุ่งเรือง มีการจัดแข่งขันมวยคาดเชือกหน้าพระที่นั่ง ณ บริเวณหน้าพลับพลาทรงธรรม สวนมิสกวัน ในงานพระศพของพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช วันที่ 18 มีนาคม ร.ศ.128 (พ.ศ. 2452) มีนักมวยฝีมือดีชนะคู่ต่อสู้
หลายคนเป็นที่พอพระราชหฤทัยทรงโปรดฯ พระราชทานยศและบรรดาศักดิ์ เป็น “ขุนหมื่นครูมวย” ถือศักดินา 300 จำนวน 3 คน คือ นายปรง จำนงทอง จากเมืองไชยา เป็น “หมื่นมวยมีชื่อ” นายกลึง โตสะอาด จากเมืองลพบุรี เป็น “หมื่นมือแม่นหมัด” และนายแดง ไทยประเสริฐนักมวยจากเมืองโคราช เป็น “หมื่นชงัดเชิงชก

“มวยลพบุรี” เป็นอีกสายของมวยไทย จ่าสิบเอกสมนึก ไตรสุทธิ ผู้ทรงคุณวุฒิมวยลพบุรีบันทึกว่า มวยลพบุรีมีประวัติความเป็นมายาวนาน ย้อนกลับไปได้ ถึงยุคกำเนิดอาณาจักรทวาราวดีลพบุรี “เขาสมอคอน” ซึ่งทอดตัวเป็นแนวยาวจากทิศตะวันออกสู่ทิศตะวันตกในพื้นที่ตำบลเขาสมอคอน อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรีในปัจจุบันนั้น เคยเป็นที่ตั้งของสำนักศิลปะวิทยาการต่างๆ รวมทั้งวิชามวยมาตั้งแต่ราวปีพ.ศ.1200

มวยลพบุรีเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ได้ทรงส่งเสริมมวยลพบุรีอย่างกว้างขวางทั้งการจัดแข่งขันและการวางกติกา ต่อมาในสมัยพระเจ้าเสือ ทรงสนับสนุนมวยไทย และทรงชอบการชกมวยถึงขั้นปลอมพระองค์ไปแข่งขันชกมวยกับชาวบ้าน มวยลพบุรี เป็นมวยที่ชกฉลาด รุกรับแคล่วคล่องว่องไว ต่อยหมัดตรงได้แม่นยำ มีลักษณะการชกที่เรียกว่า “มวยเกี้ยว” หมายถึงมวยที่ใช้ชั้นเชิงกลลวงต่างๆ เข้าทำคู่ต่อสู้ หลอกล่อ หลบหลีกได้ดี สายตาดี รุกรับ ออกอาวุธได้อย่างรวดเร็ว

การแต่งกายของมวยลพบุรีมีเอกลักษณ์ที่การพันมือครึ่งแขน และที่สำคัญมีการพันคาดข้อเท้าซึ่งพบเห็นเฉพาะในมวยลพบุรีเท่านั้น นักมวยลพบุรีมักนุ่งกางเกงสีกรมท่า
มีการคาดผ้าสามเหลี่ยมหรือกระจับอ่อนป้องกันจุดสำคัญ “ไม้มวย” หรือกระบวนท่าของลพบุรี มีชื่อเรียกที่เกี่ยวข้องกับเรื่องรามเกียรติ์และตำนานการสร้างเมืองลพบุรี ชื่อสัตว์ต่างๆ รวมถึงชื่อเทพและฤาษีอีกด้วย

ประวัติมวยดัง 4 ภาค เริ่มจากภาคเหนือ “มวยท่าเสา” สร้างชื่อยุคกรุงธนบุ นับแต่พระยาพิชัยดาบหักจัดแข่งขันชกมวยเสมอๆ บนสังเวียนลานดิน ชื่อเสียงดีก็มีมีนายเมฆบ้านท่าเสา นายเที่ยงบ้านเก่ง นายแห้วแขวงเมืองตาก นายนิลทุ่งยั้ง นายถึกศิษย์ครูนิล ถึง พ.ศ.2472 นายแพ เลี้ยงประเสริฐ จากบ้านท่าเสา อุตรดิตถ์ ชกนายเจีย แขกเขมรตายด้วยหมัดคาดเชือก ทำให้รัฐบาล (สมัยรัชกาลที่ 7) มีคำสั่งให้การชกมวยไทยทั่วประเทศเปลี่ยนจากคาดเชือกเป็นสวมนวม

ภาคอีสาน “มวยโคราช”มีบันทึกว่าเฟื่องฟูสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นมวยต่อยวงกว้างเรียกกันว่าเหวี่ยงควาย ด้ายดิบคาดหมัดแล้วขมวดรอบๆ แขนจนจรดข้อศอกเพื่อป้องกันการเตะ ที่เลื่องลือได้แก่เจ้าฉายา หมื่นชงัดเชิงชก คือนายแดง ไทยประเสริฐ จากเมืองโคราช เตะรุนแรง หมัดเหวี่ยโด่งดัง อีกคนคือนายยัง หาญทะเล จากวังเปรมประชากรของกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ผู้สอนท่ารำหนุมานควานสมุทรให้ (สมัยรัชกาลที่ 6)

ภาคกลาง “มวยลพบุรี” มีชื่อเสียงรัชกาลที่ 5 เช่นกัน ในงานพระเมรุกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ณ ท้องทุ่งพระเมรุป้อมเผด็จดัสกร กรุงเทพฯ มีการตีมวยหน้าพระที่นั่งครั้งใหญ่ เลื่องชื่อว่าเป็นมวยชกหมัดตรงดี ต่อยแหวกการคุมได้ดีกว่ามวยถิ่นอื่น คาดหมัดเพียงครึ่งแขนใช้ด้ายผ้าดิบ ครูมวยคนดังเจ้าฉายา หมื่นมวยแม่นหมัด
คือนายกลิ้ง ไม่ปรากฏสกุล จากเมืองลพบุรี ผู้มีลีลาการชกฉลาด รุกรับ หลบหลีกว่องไว ใช้หมัดตรงดียอดเยี่ยม

ภาคใต้ “มวยไชยา” เจ้าฉายา หมื่นมวยมีชื่อ คือนายปล่อง จำนงทอง ผู้มีท่าเสือลากหางเป็นอาวุธสำคัญ ทั้งเน้นวงในใช้ความคมของศอก เข่า ประวัติมวยไชยาสืบค้นได้ถึงพระยาวจีสัตยารักษ์ (ขำ ศรียาภัย) เจ้าเมืองไชยาในแผ่นดินรัชกาลที่ 5 ถ่ายทอดมายังบุตรชายคือปรมาจารย์เขตร์ ศรียาภัย ซึ่งภายหลังย้ายมาตั้งรก
รากในกรุงเทพฯ เผยแพร่มวยไชยาแก่ศิษย์มากมายกระทั่งจากไปในปี 2521

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://blackhawkpartners.co

February 11th, 2019 by